อ่านข้อมูลและเหตุผลที่ขัดแย้งกันระหว่างข้อมูลที่พบในพระไตรปิฎก คัมภีร์โบราณและจารึกกับที่พบในประเทศอินเดีย/เนปาล

โปรดคลิ้ก

[เหตุแห่งความสงสัย]

[พุทธโบราณสถาน]

[ภูมิศาสตร์]

[พุทธสถาปัตยกรรม]

[ วิถีชีวิตในสมัยพุทธกาล]

[ ภาษาสมัยพุทธกาล]

 <<<[หน้าบ้าน]

[ ขนบธรรมเนียมประเพณี]

[ ตำนาน/พงศาวดาร]

[ ข้อสังเกตเพิ่มเติม]

<<<[หน้าแรกภาษาไทย]

 

ทำไมภาษาไทย-ลาวจึงมีการทับศัพท์หรือใช้ควบคู่กับภาษาบาลี  คือ มีทั้งคำไทยและคำบาลี ในความหมายเดียวกัน เช่น บาลีว่า รุกขะ   ไทยว่า  ต้นไม้, บาลีว่า นที ไทยว่า แม่น้ำ ใช้เฉพาะบาลีอย่างเดียว เช่น ธรรมชาติ ฯลฯ การนำคำว่า “ว่า” ที่ปกติในภาษาบาลีเวลาเล่าคำพูดของผู้อื่น จะเรียงไว้ท้ายคำที่พูด  มาไว้ท้ายคำพูดเหมือนภาษาบาลี เช่น บาลีเรียงว่า   เขา – ดีแล้ว – ว่า – กล่าว ฯ  (นี่คือลักษณะการเรียงรูปประโยคพื้นฐานของภาษาบาลี)ไทยเรียงว่า   เขา – กล่าว – ว่า – ดีแล้ว ฯ ซึ่งลักษณะการเรียงรูปประโยคแบบดังกล่าวที่พบในปัจจุบันบางครั้ง คือ  ภาษาไทย... ว่างั้น ภาษาลาว-อีสาน .... ว่าซั่น,    ....พะนะว่า, ....ว่าติ ...ว่าซั่มสา,...ว่าเด้....ผัดว่า,ผะวะ(ออกสำเนียงอีสานเอาเองนะครับ) เช่น บาลี : ภุญฺชินฺติฯ --> (เขา) “กินแล้ว”   ว่า (กล่าว) ฯ ... บาลี ใช้ “อิติ” ซึ่งแปลว่า “ว่า” คำเดียว ตามหลัง บอกให้รู้ว่าเป็นคำพูด ไทย : “กินแล้ว” ว่างั้น ลาว : “กินแล้ว” ว่าซั่น,   “กินแล้ว” พะนะว่า ฯลฯ

ประเพณีเผาศพแบบอินเดียกับแบบพุทธ ชาวไทย ลาว เขมร ทำพิธีเผาศพให้ไหม้จนเหลือแต่กระดูก แล้วเก็บกระดูกไว้บูชาส่วนหนึ่ง ฝังไว้ที่วัดส่วนหนึ่ง ตรงตามเรื่องราวที่ปรากฏในพระไตรปิฎก... แต่ที่อินเดีย จะนำศพไปเผาให้ไหม้แต่ไม่หมดแล้วปล่อยศพลอยแม่น้ำ โดย อาตม ศิโรศิริ

 

ว่าด้วยนกมัยหกะ (นกเขาคู)ที่ร้อง จุกๆ กู ที่มาของ "ของกูๆ" ตามเสียงร้อง และพระนำไปสอนเป็นปริศนาธรรม แสดงว่า เสียงร้องของนกเขา สอดคล้องกับเสียงในภาษาไทย คือ กู  หาก ชาวเมืองสาวัตถีมีคำศัพท์ว่า “ กู ” ที่มีความหมายว่า    “ เรา – ข้าฯ  ( I ) ” ก็แสดงว่าเมืองสาวัตถีไม่ได้อยู่ที่อินเดีย เพราะที่อินเดียคำว่า กู หรือ คู (เสียงร้องของนกเขา) มิได้มีความหมายว่า เรา–ข้าฯ ( I ) เลย .. (โดย อาจารย์อาตม ศิโรศิริ)  

ภาษาเขียนมีมาตั้งแต่สมัยพระพุทธกาล การสังคายนาพระไตรปิฎกจารึกโดยใช้อักษรธรรม (โดย อาจารย์อาตม ศิโรศิริ)

พืชพันธุ์ไม้ในพระไตรปิฎก กว่า ๒๖๔ ชนิด ล้วนเป็นพืชที่มีอยู่ในเมืองไทยทั้งนั้น แม้ชื่อจะเปลี่ยนแปลงไปแต่พบเห็นได้ในปัจจุบัน  (โดย อาจารย์อาตม ศิโรศิริ)

ข้าวเหนียวมีในพระไตรปิฎก: ทำนาข้าวเหนียวในเมืองโกสัมพี และเมืองสาวัตถี  พระพุทธองค์และพระภิกษุในสมัยพระพุทธกาลเสวยและฉันข้าวเหนียว ทีหลักฐานปรากฏในพระไตรปิฎกหลายแห่ง กล่าวคือ  อรรถกถาวินัยปิฎก มหาวิภังค์ ทุติยภาค วินัยปิฎกเล่มที่ 2 มหาวิภังค์ ทุติยภาค และวินัยปิฎกเล่มที่ 3 ภิกขุนีวิภังค์ โดย อาจารย์อาตม ศิโรศิริ

"ทัศนะว่าด้วยค่านิยมเกี่ยวกับช้าง ความหมายของหิมพานต์ สังข์ สมุนไพร และระยะทางระหว่างเมืองในพระไตรปิฎก: สนทนากับ ดร.ชัยยงค์" (โดย อาจารย์อาตม ศิโรศิริ)

ขอเชิญท่านแสดงความคิดเห็นโต้แย้งและคัดค้านในเว้ปบอร์ด  

โปรดเยี่ยม BUDDHABIRTHPLACEในเว้ปบอร์ดพลังจิต

 



FastCounter by LinkExchange
Updated:  October 2003

Webmaster: chaiyong@iname.com